บริษัท interior design, ออกแบบตกแต่งภายใน

5 ไอเดียออกแบบ Co-working Space ให้ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่

ในยุคที่การทำงานมีความยืดหยุ่นและไม่จำกัดสถานที่การทำงานมากขึ้น "Co-working Space" หรือ พื้นที่ทำงานร่วมกันจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ สตาร์ทอัพ หรือฟรีแลนซ์ การออกแบบ Co-working Space จึงต้องคำนึงถึงการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมทั้งในด้านการทำงานและการสร้างแรงบันดาลใจ

Continue reading
ออกแบบภายในบ้าน, บริษัทออกแบบภายใน, ตกแต่งภายใน modern luxur

รับรีโนเวทคอนโดและพื้นที่ส่วนกลางโรงแรม ให้สวยขึ้น เพิ่มมูลค่าโครงการ ด้วยงาน Interior Design

ในธุรกิจโรงแรม พื้นที่ส่วนกลางถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกให้กับแขกที่เข้าพัก ไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้ คาเฟ่ ห้องอาหาร โถงลิฟต์ หรือมุมพักผ่อนต่างๆ ล้วนสะท้อนภาพลักษณ์ของโรงแรมและส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

Continue reading
บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน, บริษัท interior design

บริการออกแบบภายในสำหรับธุรกิจ: เพิ่มคุณค่าให้พื้นที่ของคุณ

การออกแบบภายในสำหรับธุรกิจไม่ใช่แค่การตกแต่งพื้นที่ให้สวยงาม แต่เป็นการสร้างบรรยากาศที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์และคุณค่าขององค์กร การเลือกบริษัทออกแบบภายในที่มีความเชี่ยวชาญสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและทำให้ธุรกิจของคุณดูน่าสนใจมากขึ้นในสายตาลูกค้าและพนักงาน เรามาดูกันว่า บริการออกแบบภายในสำหรับธุรกิจจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้พื้นที่ของคุณได้อย่างไรบ้าง

Continue reading
ตกแต่งภายใน modern luxury, รับรีโนเวทคอนโด

การเลือกสีสำหรับการออกแบบภายในที่ส่งผลต่ออารมณ์และการทำงาน

การเลือกสีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านหรือสำนักงาน แต่ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความรู้สึกที่ดีได้ด้วย ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการเลือกสีในการออกแบบภายในที่ส่งผลต่ออารมณ์และการทำงาน พร้อมกับคำแนะนำในการเลือกสีที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่ในบ้านและสำนักงาน

Continue reading
ตกแต่งภายใน modern luxury, บริษัท interior design

ออกแบบภายในสำนักงาน เพิ่มภาพลักษณ์และประสิทธิภาพให้กับองค์กร

การออกแบบภายในสำนักงาน ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานในทุกวัน พื้นที่ทำงานที่ดีต้องถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ทั้งในแง่ของฟังก์ชัน การใช้สอย และบรรยากาศที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์และความผ่อนคลาย

Continue reading

blogs & news

บทความและข่าวสาร

เจาะลึกกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับโรงแรม (Building Code Thailand)

เจาะลึกกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับโรงแรม (Building Code Thailand)


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

การออกแบบโรงแรมไม่ได้มีเพียงเรื่องความสวยงามหรือประสบการณ์ของผู้เข้าพักเท่านั้น แต่ “กฎหมายควบคุมอาคาร” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย โครงสร้าง และการใช้งานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากละเลยอาจส่งผลต่อการขออนุญาต เปิดดำเนินกิจการ หรือแม้กระทั่งการถูกสั่งปิดอาคารได้

บทความนี้จะพาเจาะลึกกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับโรงแรมในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบภายใน เพื่อให้เจ้าของโครงการและนักออกแบบสามารถวางแผนได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น


กฎหมายควบคุมอาคารสำหรับโรงแรมคืออะไร?

กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่ออกตามมา ซึ่งกำหนดมาตรฐานของอาคารในด้านต่าง ๆ เช่น

  • ความสูงและจำนวนชั้น
  • ระบบความปลอดภัย
  • ทางหนีไฟ
  • ระบบระบายอากาศ
  • การใช้วัสดุภายในอาคาร

สำหรับ “โรงแรม” จะถูกจัดอยู่ในอาคารประเภทพิเศษที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงต้องมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากกว่าอาคารทั่วไป


1. การจัดผังและพื้นที่ใช้สอย (Space Planning)

การออกแบบภายในต้องสอดคล้องกับข้อกำหนด เช่น

  • พื้นที่ห้องพักต้องมีขนาดขั้นต่ำตามมาตรฐาน
  • ต้องมีพื้นที่ส่วนกลาง เช่น Lobby, Corridor, Service Area
  • ทางเดิน (Corridor) ต้องมีความกว้างตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรองรับการอพยพ

👉 นักออกแบบภายในต้องทำงานร่วมกับสถาปนิกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา “ออกแบบสวยแต่ใช้งานจริงไม่ได้ตามกฎหมาย”


2. ระบบทางหนีไฟ (Fire Escape & Egress)

นี่คือหนึ่งในหัวข้อที่ “สำคัญที่สุด”

ข้อกำหนดหลัก ได้แก่:

  • ต้องมีทางหนีไฟอย่างน้อย 2 ทาง (ในอาคารขนาดใหญ่)
  • ระยะทางเดินไปยังทางหนีไฟต้องไม่เกินที่กำหนด
  • ประตูหนีไฟต้องเป็นแบบกันไฟ (Fire-rated door)
  • ห้ามมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ

สิ่งที่เกี่ยวกับ Interior โดยตรง:

  • การเลือกวัสดุตกแต่งผนัง/ฝ้า ต้องไม่ลามไฟง่าย
  • ห้ามออกแบบ Built-in ปิดบังทางหนีไฟ
  • ป้าย Exit ต้องมองเห็นชัดเจน

3. วัสดุตกแต่งภายใน (Interior Materials)

กฎหมายกำหนดให้วัสดุภายในต้องมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัย เช่น

  • ทนไฟ หรือไม่ลามไฟ (Fire retardant)
  • ไม่ก่อให้เกิดควันพิษเมื่อเกิดเพลิงไหม้
  • เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน เช่น ห้องพัก vs ครัว

ตัวอย่าง:

  • โรงแรมระดับ Luxury อาจใช้ผ้า วอลเปเปอร์ หรือไม้ → ต้องผ่านมาตรฐานการทนไฟ

4. ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง (Lighting & Electrical)

  • ต้องมีไฟฉุกเฉิน (Emergency Light)
  • ระบบไฟต้องได้มาตรฐานวิศวกรรม
  • ต้องมีระบบสำรองไฟในบางพื้นที่

สำหรับงานออกแบบภายใน:

  • Lighting design ต้องคำนึงถึง “ความสวย + ความปลอดภัย”
  • หลีกเลี่ยงการซ่อนระบบจนซ่อมบำรุงยาก

5. ระบบระบายอากาศและสุขาภิบาล

  • ห้องพักต้องมีช่องแสงหรือระบบระบายอากาศ
  • ห้องน้ำต้องมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
  • ระบบท่อและสุขาภิบาลต้องถูกสุขลักษณะ

👉 ส่งผลต่อการเลือกวัสดุ เช่น:

  • วัสดุกันชื้น
  • วัสดุป้องกันเชื้อรา

6. การเข้าถึงสำหรับทุกคน (Universal Design)

โรงแรมต้องรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม เช่น

  • ทางลาดสำหรับผู้พิการ
  • ห้องน้ำสำหรับผู้ใช้วีลแชร์
  • ลิฟต์ที่รองรับการใช้งาน

Interior Designer ต้องออกแบบให้ “สวยงามโดยไม่ละทิ้งการเข้าถึง”


7. การขออนุญาตและตรวจสอบอาคาร

ก่อนเปิดโรงแรม ต้องผ่านขั้นตอน เช่น

  • ขออนุญาตก่อสร้าง
  • ตรวจสอบอาคาร
  • ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

หากออกแบบไม่ตรงตามกฎหมาย → อาจต้อง “รื้อและแก้ไข” ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก


ทำไมต้องใช้บริษัทออกแบบภายในที่เข้าใจกฎหมาย?

การทำงานกับบริษัทออกแบบภายในที่มีประสบการณ์ด้านโรงแรม จะช่วยให้:

  • ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย
  • ออกแบบได้ตรงตามมาตรฐานตั้งแต่ต้น
  • ประหยัดเวลาและงบประมาณในการแก้ไขงาน
  • สามารถประสานงานกับสถาปนิกและวิศวกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กฎหมายควบคุมอาคารสำหรับโรงแรมในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในงานออกแบบภายในที่มีผลต่อทั้ง “ความปลอดภัย” และ “การขออนุญาต”

การเข้าใจข้อกำหนดตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้โครงการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และสามารถสร้างโรงแรมที่ทั้ง “สวยงาม ใช้งานได้จริง และถูกต้องตามกฎหมาย”

หากคุณกำลังวางแผนสร้างหรือรีโนเวทโรงแรม การเลือกทีมออกแบบที่เข้าใจกฎหมายควบคุมอาคารอย่างลึกซึ้ง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของโครงการ
Perdsagard พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโรงแรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน

FAQs

โรงแรมขนาดเล็กต้องมีทางหนีไฟ 2 ทางหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนชั้นของอาคาร แต่โดยทั่วไปอาคารที่มีความสูงหรือพื้นที่เกินเกณฑ์ ต้องมีมากกว่า 1 ทางหนีไฟ

Interior Designer ต้องรู้กฎหมายลึกแค่ไหน?

ควรเข้าใจในระดับที่สามารถออกแบบได้สอดคล้องกับกฎหมาย และทำงานร่วมกับทีมวิศวกร/สถาปนิกได้

โรงแรมรีโนเวทอาคารเก่า ต้องทำตามกฎหมายใหม่ทั้งหมดหรือไม่?

โดยทั่วไป “ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน” ในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบหนีไฟ ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัย แม้โครงสร้างเดิมบางส่วนอาจยังใช้ได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โรงแรมต้องติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปต้องมี เช่น

  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm)
  • ถังดับเพลิง
  • ระบบสปริงเกลอร์ (ในบางประเภทอาคาร)
  • ไฟฉุกเฉิน และป้ายทางหนีไฟ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของอาคาร

ทำไมต้องออกแบบภายในกับ Perd Sa Gard ?

เพราะเราคือบริษัท Interior Design ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ด้วยประสบการณ์ออกแบบภายในกว่า 10 ปี และกว่า 600 โครงการที่เราร่วมออกแบบและสร้างสรรค์ ครอบคลุมทุกประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม โรงแรม รีสอร์ท สถานศึกษา หรือพื้นที่สาธารณะ เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่คุณไว้วางใจ เพื่อเปลี่ยนความฝันของคุณให้กลายเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง


ติดต่อบริษัท Perd Sa Gard Studio รับออกแบบตกแต่งภายใน


« Back to Blog